มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา
Thai Traditional Medicine Development Foundation (TTMDF)

 
 
 
เครื่องหมายมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา (Logo)
วงกลมล้อมรอบหม้อยา ซึ่งหม้อยาตั้งอยู่บนใบไม้เขียนลวดลายแบบไทย ๆ ชื่อมูลนิธิ และที่ตั้งสำนักงานอยู่ที่ขอบวงกลมรอบนอกหม้อยาแทนการแพทย์แผนไทยใบไม้แทนสมุนไพรหรือตัวยาที่มีอยู่มากมาย ลักษณะที่เป็นวงกลมให้ความรู้สึกถึงดวงจันทร์ ที่ให้แสงสว่างส่องให้เป็นประกาย

ที่ตั้งมูลนิธิฯ
      - สำนักงานบริหารกลาง : เลขที่ 106/22-25 อาคารคลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์สุพรหมอาศรม ชั้น 2 ซอยทิมแลนด์ ถนนงามวงศ์วาน ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-045-6942

      หน่วยจัดการการเรียนการสอน
      - สาขาเภสัชกรรมไทยและเวชกรรมไทย : เลขที่ 96/50 ซอยศิริชัย 1 ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-527-7737
      - สาขานวดไทย : เลขที่ 106/22-25 อาคารคลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์สุพรหมอาศรม ชั้น 1 ซอยทิมแลนด์ ถนนงามวงศ์วาน ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-965-9881

      ผลิตภัณฑ์และบริการ
      - คลินิกการแพทย์แผนไทยสุพรมอาศรม : อาคารคลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์สุพรหมอาศรม ชั้น 1 ซอยทิมแลนด์ ถนนงามวงศ์วาน ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-965-9636
      - คลินิกการแพทย์แผนไทย แผนไทยโอสถ : เลขที่ 96/50 ซอยศิริชัย 1 ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-527-7738
      - ศูนย์แปรรูปผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร : เลขที่ 96/50 ซอยศิริชัย 1 ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-195-9082
      - ศูนย์ตำราการแพทย์แผนไทย : เลขที่ 96/50 ซอยศิริชัย 1 ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-195-9081

ประวัติความเป็นมา
ในปี 2536 พณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในขณะนั้น คือ นายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม พิจารณาเห็นว่าการที่กระทรวงสาธารณสุขจะพัฒนาการแพทย์แผนไทยอย่างจริงจัง ต้องตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาเป็นหน่วยงานในการประสานงาน และควบคุมดูแลการดำเนินงานการแพทย์แผนไทยจึงร่วมกับผู้บริหารกรมการแพทย์ และแพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ จัดตั้ง “สถาบันการแพทย์แผนไทย” ขึ้นเป็นหน่วยงานระดับกอง สังกัดกรมการแพทย์ เพื่อรับผิดชอบงานการแพทย์แผนไทยของกระทรวงสาธารณสุขโดยมอบหมายให้แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีในขณะนั้น มาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย

เมื่อสถาบันฯ ดำเนินงานไประยะหนึ่งพบว่ามีปัญหาติดขัดหลายประการที่สำคัญคืองบประมาณทั้งในแง่จำนวน และการใช้ ทั้งนี้เพราะการจัดตั้งสถาบันการแพทย์แผนไทยเป็นการจัดตั้งขึ้นระหว่างปีงบประมาณ และเป็นเพียงการ แบ่งส่วนราชการภายในของกรมการแพทย์ การจัดสรรงบประมาณจึงสนับสนุนได้ไม่เต็มที่ และที่สำคัญกระทรวงสาธารณสุขละเลยการพัฒนาการแพทย์แผนไทยมากว่า 100 ปี ดังนั้นองค์กร/หน่วยงาน และบุคลากรที่ปฏิบัติด้านการพัฒนา การแพทย์แผนไทยส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาคเอกชนนอกกระทรวงสาธารณสุขการที่สถาบันฯ จะสนับสนุนงบประมาณให้กับหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นยังขัดต่อระเบียบการใช้งบประมาณ

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ นายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนามและคณะกรรมการจัดตั้งสถาบันฯ จึงมีความเห็นกันว่าน่าจะจัดงานทศวรรษการแพทย์แผนไทย เพื่อเปิดตัวและประชาสัมพันธ์สถาบันการแพทย์แผนไทยรวมทั้งระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนในการพัฒนาการแพทย์แผนไทย เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปี พ.ศ. 2539 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดหาทุน เพื่อก่อตั้งมูลนิธิฯ ถวายเป็นพระราชกุศลเพื่ออนุรักษ์การแพทย์แผนไทยตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากปัจจุบันการแพทย์แผนตะวันตก หรือการแพทย์แผนใหม่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาสาธารณสุขของประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาการแพทย์แบบอื่น ๆ เพื่อให้เป็นทางเลือกของประชาชนในการดูแลรักษาสุขภาพตลอดจนแก้ปัญหาสาธารณสุขของประเทศโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารตามจังหวัดต่าง ๆ

กระทรวงสาธารณสุขพิจารณา เห็นว่า การแพทย์แผนดั้งเดิมของไทยเป็นทางเลือกหนึ่งที่สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมประเพณี เศรษฐกิจ และสังคม ทั้งยังส่งเสริมหลักการพึ่งตนเองของประชาชนในเรื่องการดูแลสุขภาพ แต่เนื่องจากที่ผ่านมาการแพทย์แผนไทยได้ถูกละเลยมาร่วมร้อยปีการจะเร่งฟื้นฟูพัฒนาให้ทันกับการแก้ปัญหาสาธารณสุขของประเทศ จึงจำเป็นต้องกระทำอย่างเร่งด่วน จึงได้จัดตั้งมูลนิธิเพื่อการพัฒนาการแพทย์แผนไทยขึ้นชื่อว่า “มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา” โดยมีทุนแรกเริ่ม 300 ล้านบาท จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งนี้จะนำดอกผลที่ได้มาใช้เพื่อการส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาการแพทย์แผนไทยให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. สนับสนุนและส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการแพทย์แผนไทยในทุกด้าน ทั้งภาครัฐ และเอกชน
2. เป็นกองทุนสำหรับการสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ/หน่วยงาน สมาคมและชมรมที่ดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย
3. สนับสนุนส่งเสริมให้มีการศึกษาและพัฒนาการศึกษาเกี่ยวกับองค์ความรู้ทางการแพทย์แผนไทยทั้งภาครัฐและเอกชนให้เป็นระบบครบวงจร
4. บูรณะและฟื้นฟูสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์แผนไทย
5. ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
6. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา กระทรวงสาธารณสุข มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือนำดอกผลจากรายได้ของมูลนิธิฯ ไปส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อการพัฒนาการแพทย์แผนไทยอย่างเป็นระบบครบวงจร ทั้งองค์กรภาครัฐ และเอกชน โดยจำแนกการสนับสนุนงบประมาณเป็นรายปี โดยจัดสรรงบประมาณปีละ 39,836,000 บาท (สามสิบเก้าล้านแปดแสนสามหมื่นหกพันบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนโครงการตามแผนงาน/โครงการ ดังนี้

1. ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการแพทย์แผนไทย 9,336,000 บาท
2. การสนับสนุนการเรียนการสอนแพทย์แผนไทยของโรงเรียน/สมาคม/ชมรม/มูลนิธิด้านการแพทย์แผนไทย 7,000,000 บาท
3. การสนับสนุนองค์กรเอกชนด้านการแพทย์แผนไทย 5,000,000 บาท
4. โครงการศึกษาวิจัยการแพทย์แผนไทย 13,000,000 บาท
5. โครงการพัฒนาสมุนไพรครบวงจร 5,500,000 บาท
   รวม 39,836,000 บาท (สามสิบเก้าล้านแปดแสนสามหมื่นหกพันบาทถ้วน)

ในการจัดเตรียมการจัดงานทศวรรษการแพทย์แผนไทย ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเตรียมงานขึ้นมา 9 ชุด ชุดหนึ่ง คือ คณะกรรมการด้านการจัดหาทุน ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการหาทุนเพื่อก่อตั้งกองทุนส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาการแพทย์แผนไทยคณะกรรมการจัดหาทุน (มีนายแพทย์นพดล สมบูรณ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมในขณะนั้นเป็นประธานคณะกรรมการ) ได้กำหนดกิจกรรมในการจัดหาทุน 3 กิจกรรม ดังนี้

1. จัดทำรูปหล่อท่านชีวกโกมารภัจจ์ให้เช่า
การจัดทำรูปหล่อท่านชีวกโกมารภัจจ์ได้รับการชี้แนะและสนับสนุนโดยพระครูอุทัยธรรมชารี เจ้าอาวาสวัดป่ามะไฟ อำเภอดงขี้เหล็ก จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว) โดยความร่วมมือของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี และจัดให้มีพิธีเททองหล่อรูปท่านชีวกโกมารภัจจ์ และพุทธาภิเษกรูปหล่อฯ ขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2537 ณ วัดป่ามะไฟ อำเภอดงขี้เหล็ก จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อให้บุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย และผู้ที่สนใจได้มีไว้เคารพบูชาตามความศรัทธา

2. จัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์เพื่อระดมทุน
การจัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์นี้ได้รับเกียรติจากท่านผู้หญิงวิริยา ชวกุล เป็นประธานคณะกรรมการจัดงานโดยความร่วมมือจากบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยใช้ชื่อรายการว่า “รักพ่อหลวงไทย รักษ์การแพทย์แผนไทย” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองศิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี และหารายได้เพื่อจัดตั้งกองทุนมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา แต่ในการประชุมได้มีมติเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการหารายได้จากเพื่อจัดตั้งกองทุนเป็นเพื่อจัดตั้ง“มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา” เพื่อให้ผู้บริจาคมีความมั่นใจ เพราะการจัดตั้งเป็นมูลนิธิฯ สามารถใช้ประโยชน์ได้เฉพาะดอกผลเท่านั้น นับเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการก่อตั้งมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา และในการจัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2537 ได้รับเงินบริจาคทั้งสิ้น 4,499,891.32 บาท

3. ขอสนับสนุนรายได้จากการออกสลากบำรุงการกุศลจากสำนักสลากกินแบ่งรัฐบาล
จากการจัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์ได้รับเงินบริจาคเพียง 5 ล้าน ซึ่งไม่เพียงพอในการสนับสนุนการดำเนินงาน เพราะแต่ละปีมีหน่วยงานที่ขอการสนับสนุนทางด้านการแพทย์แผนไทยต่อกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 30 - 40 ล้านบาท สถาบันการแพทย์แผนไทยจึงได้ดำเนินการขอสนับสนุนรายได้จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้รับดอกเบี้ยปีละประมาณ 30 - 40 ล้านบาท โดยจะต้องผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หลายสมัย ทำให้การขออนุมัติชะงักงันไป จนถึงรัฐบาลที่มี ฯพณฯ นายเสนาะ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น การออกสลากบำรุงการกุศล จึงได้รับการอนุมัติรายได้ งวดที่ 1 กันยายน - 1 พฤศจิกายน 2539 รวม 5 งวด เป้าหมายรายได้ 300 ล้านบาทจากการจัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์ ได้มีรายได้จำนวน 4,499,891.32 บาท สถาบันการแพทย์แผนไทยจึงได้นำไปใช้เป็นทุนแรกเริ่มในการขอจดทะเบียนมูลนิธิ โดยใช้ชื่อว่า “มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา” มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามใบอนุญาตจัดตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เลขที่ ต.462/2539 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2539 และได้รับจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิจากนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดนนทบุรี เลขทะเบียนลำดับที่ นบ 49/2539 ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2539 ต่อมาได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 300 ล้านบาท จึงได้นำไปสมทบทุนในการก่อตั้งทำให้มูลนิธิฯ มีทุนแรกเริ่มเป็นเงินสดทั้งสิ้น 305 ล้านบาท และได้นำดอกผลที่ได้มาใช้ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยที่เกี่ยวข้องตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ทั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงทรัพย์สินเป็นทุนจดทะเบียนของมูลนิธิฯ จากเดิม 4,499,891.32 บาท (สี่ล้านสี่แสนเก้าหมื่นเก้าพันแปดร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทสามสิบสองสตางค์) เป็น 300,559,313.40 บาท (สามร้อยห้าล้านห้าหมื่นเก้าพันสองร้อยสี่บาทเจ็ดสิบสองสตางค์) ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ (ตราสาร) เลขทะเบียนที่ นบ 49 ตั้งแต่วันที 20 กรกฎาคม 2542

วัตถุประสงค์
1. เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการแพทย์แผนไทยในทุกด้านทั้งภาครัฐ และเอกชน
2. เป็นกองทุนสำหรับการสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ หน่วยงาน สมาคม และชมรมที่ดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย
3. เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้มีการศึกษาและพัฒนาการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับองค์ความรู้ทางการแพทย์แผนไทย ทั้งภาครัฐ และเอกชนให้เป็นระบบครบวงจร
4. เพื่อบูรณะ และฟื้นฟูสภาพที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์แผนไทย
5. เพื่อร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
6. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด


ติดต่อมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา
สำนักงานบริหารงานกลาง
 
ผลิตภัณฑ์และบริการ
 
    02-045-6942
  - คลินิกการแพทย์แผนไทยสุพรมอาศรม
 
หน่วยการเรียนการสอน
 
    02-965-9636
 
  - สาขาเภสัชกรรมไทยและเวชกรรมไทย
  - คลินิกการแพทย์แผนไทย แผนไทยโอสถ
 
    02-527-7737, 02-527-2008
    02-527-7738
 
  - สาขานวดไทย
  - ศูนย์แปรรูปผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร
 
    02-965-9881
    02-195-9082
 
  - ศูนย์ตำราการแพทย์แผนไทย
 
    02-195-9081